🦠

รากเน่าโคนเน่า

ไฟทอปธอราโคน

ติดต่อเรา

อาการ

  • เปลือกโคนต้นเปียก ฉ่ำน้ำ
  • ยางสีน้ำตาลแดงไหลออก
  • ใบเหลืองทั้งต้นแล้วร่วง
  • รากฝอยเน่า
  • ใบเหลืองซีด ใบร่วง ทรงพุ่มโทรม และต้นชะงักการเจริญเติบโต
  • บริเวณโคนต้นหรือรากมีแผลช้ำฉ่ำน้ำ เปลือกเน่าเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ
  • เมื่อขูดเปลือกจะพบเนื้อเยื่อสีน้ำตาลและมีกลิ่นเน่า
  • หากรุนแรงรากฝอยเน่าจำนวนมาก ต้นยืนตาย และอาจเกิดอาการใบไหม้ทั้งต้นอย่างรวดเร็ว

สาเหตุ

  • เกิดจากเชื้อราไฟทอปธอรา Phytophthora palmivora เข้าทำลายระบบรากและโคนต้น
  • เชื้อแพร่กระจายในดิน น้ำ และเศษซากพืชที่เป็นโรค
  • มักเข้าทำลายผ่านรากอ่อนหรือบาดแผลบริเวณโคนต้น
  • ระบาดได้ดีในดินแฉะ ระบายน้ำไม่ดี และสวนที่มีความชื้นสะสมสูง

ช่วงระบาด

ระบาดมากช่วงฤดูฝน ฝนตกต่อเนื่อง และพื้นที่น้ำขัง | พบมากในสวนที่ระบายน้ำไม่ดี ดินแน่น หรือมีการให้น้ำมากเกินไป | ต้นที่อ่อนแอหรือรากเสียหายจะเกิดโรคได้ง่าย

วิธีป้องกัน

  • ยกร่องหรือปรับระบบระบายน้ำให้ดี ลดน้ำขังบริเวณโคนต้น
  • หลีกเลี่ยงการทำให้โคนต้นเกิดแผล และไม่กลบดินสูงชิดโคนต้นมากเกินไป
  • ใช้เชื้อโพรไบโอติค หรือ ไตรโคเดอร์มาปรับสภาพดินและลดการสะสมของเชื้อ
  • ตรวจโคนต้นและระบบรากสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน

วิธีจัดการ

  • ขูดเปลือกที่เน่าออก ทาฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% WP เข้มข้น
  • ราดเมตาแลกซิล 25% WP 60 ก./น้ำ 20 ล. รอบโคน
  • ใส่ไตรโคเดอร์มา 1-2 กก./ต้น

ปุ๋ย / ยาที่แนะนำ

ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% WP
วิธีผสม:
ทาแผล/ฉีดลำต้น
อัตรา:
เข้มข้น (ทา) หรือ 40 ก./20 ล.
หมายเหตุ:
ทุก 14 วัน 2-3 ครั้ง
เมตาแลกซิล 25% WP
วิธีผสม:
ราดโคน
อัตรา:
60 ก./20 ล.
หมายเหตุ:
ทุก 30 วัน
ไตรโคเดอร์มา
วิธีผสม:
ผสมปุ๋ยคอกใส่โคน
อัตรา:
1-2 กก./ต้น
หมายเหตุ:
ทุก 3 เดือน

ข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้สารทองแดงเข้มข้นราดโคนต้นที่อ่อนแอ จะทำให้รากชะงัก